21 พฤษภาคม 2562 โรงเรียนดังแม่สะเรียงอ่วม พายุหมุนถล่ม อาคารบ้านพักครูพังยับ

ที่มา: https://www.naewna.com/local/414785

21 พ.ค. ทั่วไทยฝนเริ่มหนัก

พายุหมุนถล่มแม่ฮ่องสอนอุตุฯเผยไทยเข้าหน้าฝนแล้ว แต่อากาศยังร้อนถึงร้อนจัด มีโอกาสเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง โดยที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เกิดพายุหมุนพัดต้นลำไยโค่นทับสายไฟ–สายโทรศัพท์ บ้านเรือนชาวบ้านพัง หนักสุดที่ รร.แม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา”อาคารบ้านพักครู 3 หลัง อัฒจันทร์ เสาไฟ ระบุตั้งแต่ 21 พ.ค.ฝนตกชุกทั่วไทยหลังกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการวันที่ 20 พฤษภาคม เป็นวันแรก หลายพื้นที่ยังประสบปัญหาสภาพอากาศร้อน แห้งแล้ง รวมถึงเกิดพายุหมุนสร้างความเสียหายหลายจังหวัด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่จ.แม่ฮ่องสอน เกิดพายุหมุนพื้นที่ บ้านศรีดอนชัย และบ้านพะมอลอ ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง เป็นเหตุให้ต้นไม้ใหญ่หักโค่น ทับสายโทรศัพท์และสายไฟฟ้า ทำให้เสาไฟฟ้าหักโค่น 1 ต้น เป็นเหตุให้ไฟฟ้าดับ กิ่งไม้ใหญ่หักโค่นบนผิวการจราจรจำนวนมากกีดขวางทางจราจร หลังรับแจ้ง นายธนกฤตนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและเร่งแก้ปัญหา โดยเจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกาศ พร้อมชาวบ้าน ช่วยนำสิ่งกีดขวางออกจากผิวการจราจร พร้อมนำรถแทรกเตอร์ 1 คัน ดันเสาไฟฟ้าและสายโทรศัพท์ที่โค่นขวางออกจากผิวจราจร ทำให้เปิดถนนให้รถสัญจรได้ตามปกติ จากเหตุดังกล่าว ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เบื้องต้น พบบ้านเรือนประชาชนเสียหาย 2 หลัง ได้แก่บ้านเลขที่ 36 หมู่ที่ 9 ต.บ้านกาศ ของนายเจริญ ชะลอยเมฆ เสียหายทั้งหลัง เนื่องจากถูกต้นลำไยหักโค่นทับหลังคาบ้าน ยุบตัวลงมาทำให้บ้านเสียหายทั้งหลัง ค่าเสียหายเป็นเงิน 50,000 บาท บ้านของนายประสาท วรกร เลขที่ 37 หมู่ 9 ต.บ้านกาศ เสียหายบางส่วน ขณะเกิดเหตุ มีนายสอน โคสาลาด กับหลานชายอยู่ในบ้าน ซึ่งทั้งสองคนต้องลงมาหลบพายุหมุนใต้ถุนบ้าน จึงไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ พายุยังพัดซุ้มทางเข้าหมู่บ้านพะมอลอ พังเสียหายทั้งหมด

อาคาร-บ้านพักครูรร.แม่สะเรียงพังยับ

ต่อมาช่วงเช้าวันที่ 20 พฤษภาคม นายธนกฤต ฉันทะจำรัสศิลป์ นายอำเภอแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมพ.อ.วุฒิ ปฐมเรืองกุล ผู้การกรมทหารพรานที่ 36 ค่ายเทพสิงห์และกำลังพล จิตอาสาอำเภอแม่สะเรียง อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอแม่สะเรียงร่วมทำความสะอาดโรงเรียนแม่สะเรียง”บริพัตรศึกษา” ต.บ้านกาศ อ.แม่สะเรียง ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากพายุฤดูร้อนช่วงค่ำวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากการสำรวจความเสียหายพบว่า แรงพายุหมุนทำให้ต้นไม้หักโค่น อาคารและทรัพย์สินของโรงเรียนได้รับความเสียหายจำนวนมาก แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างที่เสียหายเป็นอาคารบ้านพักครู 3 หลัง เสาไฟฟ้าในโรงเรียนหักโค่น 1 ต้น หลังคาอัฒจันทร์สนามกีฬาโรงเรียน และต้นไม้ใหญ่ภายในโรงเรียนหักโค่นจำนวนมาก

นักท่องเที่ยวแห่ชมช้าง-หมูป่าอาบน้ำ

ส่วนที่ทรัพย์ไพรวัลย์รีสอร์ทและศูนย์การเรียนรู้ช้าง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปพักผ่อนท่องเที่ยว โดยน.ส.ศิรอาภา ศิริวิริยะกุล รองกรรมการผู้จัดการ ทรัพย์ไพรวัลย์รีสอร์ทและศูนย์อนุรักษ์ช้าง เผยว่า ช่วงวันหยุดยาวมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมวิถีชีวิตช้างเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ปัจจุบันมีช้างอยู่ 6 เชือกที่ผ่านการทำงานหนักมาจากที่อื่น ซึ่งผู้บริหารของทรัพย์ไพรวัลย์ ไปขอซื้อมาในราคาตัวละหลักล้านบาท เพราะสงสารอยากให้ช้างเหล่านี้ได้พักผ่อนช่วงบั้นปลายชีวิต หรือหลังเกษียณ ขณะนี้ช้างที่มีอยู่เป็นเพศเมียทั้งหมดล้วนแล้วแต่อายุมาก และได้รับบาดเจ็บจากการทำงานหนัก อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนจัด ควานช้างจะดูแลช้างอย่างใกล้ชิด พาไปเล่นน้ำคลายร้อน จากเดิมที่คอยให้น้ำหรืออาบน้ำช้างวันละ 1-2 รอบ ปัจจุบันต้อง เพิ่มเป็น 4-5 รอบต่อวัน และต้องพามาแช่น้ำคลายร้อนช่วยเพื่อป้องกันโรคฮีทสโตรกในช้างอีกด้วย นอกจากช้างแล้ว ทางรีสอร์ทยังมีหมูป่า ที่ซื้อมาจากชาวบ้าน ซึ่งเชื่องมาก เมื่อก่อนผู้ดูแลจะอาบน้ำให้วันละ 1-2 รอบ ปัจจุบันต้องเพิ่มเป็น 4-5 รอบเช่นกัน

นครพนมน่าห่วงอ่างฯ4แห่งน้ำลดฮวบ

ขณะเดียวกัน มีรายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งในจ.หนองคาย ที่ยังน่าเป็นห่วง โดย ปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยบังพวน มีเพียง 0.197 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 6.926 เท่านั้น อ่างเก็บน้ำห้วยเปลวเงือก ในอ.โพนพิสัย อ่างเก็บน้ำหลักอีกแห่งหนึ่ง ปริมาตรน้ำในอ่างลดลงอย่างรวดเร็ว และล่าสุด อ่างเก็บน้ำห้วยเปลวเงือก มีปริมาตรน้ำในอ่างเพียง 0.249 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 9.055 ปริมาตรน้ำที่ใช้ได้เพียง 0.129 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น และเมื่อเทียบปริมาตรน้ำภายในอ่างช่วงก่อนหน้านี้ 1 สัปดาห์ มีปริมาตรน้ำในอ่างเพียง 0.413 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 15.018 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561

21 พ.ค.ทั่วไทยฝนเริ่มตกชุก

วันเดียวกัน หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศว่า ไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการวันนี้ จะทำให้วันที่ 21 พฤษภาคม ประเทศไทยจะมีฝนตกชุกต่อเนื่องและเพิ่มพื้นที่มากขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ประกอบกับลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยระดับล่างที่ความสูงประมาณ 100 เมตรถึง 3,500 เมตร เปลี่ยนเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้พัดความชื้นจากทะเลอันดามันเข้าปกคลุมประเทศไทยต่อเนื่อง ส่วนลมระดับบนที่ความสูงประมาณ 5,000 เมตรขึ้นไป เปลี่ยนเป็นลมฝ่ายตะวันออก ถือเป็นการเข้าสู่ฤดูฝนในปีนี้อย่างไรก็ตาม บางช่วงของฤดูฝนปีนี้โดยเฉพาะปลายเดือนมิถุนายน-กลางเดือนกรกฎาคม จะมีการกระจายของฝนไม่สม่ำเสมอและมีปริมาณฝนน้อย ส่งผลให้มีน้ำไม่พอสำหรับการเกษตรหลายพื้นที่ โดยเฉพาะนอกเขตชลประทาน ประชาชนจึงควรใช้น้ำอย่างประหยัด ส่วนช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และหนักมากบางแห่ง อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งบางแห่ง สำหรับฤดูฝนของไทยตอนบนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนตุลาคม ส่วนภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกจะมีฝนตกต่อไปถึงกลางเดือนมกราคม

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ยังพยากรณ์อากาศถึงวันที่ 21 พฤษภาคมว่า ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางจะมีฝนเพิ่มขึ้นในวันที่ 21 พฤษภาคม ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้เริ่มมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทย มีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง

อากาศร้อน-ฝนฟ้าคะนอง

ภาคเหนือ อากาศร้อนถึงร้อนจัด มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิสูงสุด 39-42 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อน มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณ จ.เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง อากาศร้อน มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจ.ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และชัยนาท อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออก มีเมฆมาก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักบริเวณจ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) เมฆมาก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบริเวณจ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆมาก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส